ความรู้ภาษาอังกฤษ
 /  ความรู้ภาษาอังกฤษ

การใช้ this, that, these, those

การใช้ this, that, these, those

this, that ใช้กับคำนามเอกพจน์ มีความหมายดังนี้

this = นี่ เช่น

This is a book. = นี่คือหนังสือ

that = นั่น เช่น

That is an umbrella. = นั่นคือร่ม

these, those ใช้กับคำนามพหูพจน์ มีความหมายดังนี้

these = เหล่านี้ เช่น

These books. = หนังสือเหล่านี้

those = เหล่านั้น เช่น

Those umbrellas. = ร่มหล่านั้น

Read more

การยกเว้นการใช้ a / an และ the

การยกเว้นการใช้ a / an และ the

a / an และ the ไม่ใช้นำหน้าคำนามต่อไปนี้

1. เกี่ยวกับชื่อประเทศ, สถานที่

เช่น

China = ประเทศจีน

Japan = ประเทศญี่ปุ่น

Thailand = ประเทศไทย

Chiang Mai University = มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

2. ชื่อวัน

เช่น

Monday = วันจันทร์

Tuesday = วันอังคาร

Wednesday = วันพุธ

Thursday = วันพฤหัสบดี

Friday = วันศุกร์

Saturday = วันเสาร์

Sunday = วันอาทิตย์

3. ชื่อวิชา

เช่น

Math = วิชาคณิตศาสตร์

English = วิชาภาษาอังกฤษ

4. ชื่อกีฬา

เช่น

football = ฟุตบอล

basketball = บาสเก็ตบอล

5. มื้ออาหาร

เช่น

breakfast = อาหารเช้า

lunch = อาหารกลางวัน

dinner = อาหารเย็น

Read more

การใช้ a / an และ the

การใช้ a / an และ the

a และ an ใช้กับคำนามนับได้ที่เป็นเอกพจน์ และมีความหมายไม่เฉพาะเจาะจง

ตัวอย่างการใช้ a

1. a ใช้นำหน้าคำนามที่ ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ

เช่น

a boy = เด็กผู้ชายหนึ่งคน

a pen = ปากกาหนึ่งด้าม

2. ใช้นำหน้าคำนามที่ ออกเสียงพยัญชนะ

เช่น

a university. = มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง

ตัวอย่างการใช้ an

1. ใช้นำหน้าคำนามที่ ขึ้นต้นด้วยสระ ได้แก่ a, e, i, o, u

เช่น

an ant. = มดหนึ่งตัว

an umblela. = ร่มหนึ่งคัน

2. ใช้นำหน้าคำนาม ที่ออกเสียงเป็นสระ

เช่น

an hour. = หนึ่งชั่วโมง

the ใช้กับคำนามที่มีความหมายเฉพาะเจาะจงทั้งที่เป็นเอกพจน์และพหูพจน์ รวมถึงคำนามนับได้และคำนามนับไม่ได้

ตัวอย่างการใช้ the

1. ใช้กับสิ่งที่มีเพียงสิ่งเดียวในโลก

เช่น

the sun. = ดวงอาทิตย์

2. ใช้เมื่อมีการกล่าวถึงเป็นครั้งที่ 2 ถึงแม้ในครั้งแรกจะใช้เป็น a, an เพราะเป็นการเจาะจงถึงสิ่งที่พูดถึงในตอนแรก

เช่น

She live in a house and the house is new. = เธออาศัยอยู่ในบ้านและเป็นบ้านใหม่

 

Read more

การใช้ Have กับ Has

การใช้ Have กับ Has

แปลว่า มี หรือรับประทาน

I
You
We
They + Have

คนหลายคน

สัตว์หลายตัว

สิ่งของหลายอย่าง

He
She
It + Has

ชื่อคนๆเดียว

สัตว์ตัวเดียว

สิ่งของอันเดียว

#การสร้างให้เป็นปฏิเสธ ใช้ Do กับ Does มาช่วยนะจ้ะ แล้วตามด้วย Have เสมอ!!

เช่น

He does not have brother.

They do not have any brother.

#การสร้างให้เป็นประโยค คำถาม ใช้ Do กับ Does มาช่วยเช่นเดียวกันคะ

เช่น

Do we have money?

Does it have a tail?

Read more

คำนาม


คำนาม คือ คำที่ใช้แทนคน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ และกริยาอาการต่างๆ แบ่งออกเป็น 2 ชนิดได้แก่

1. นามนับได้(Countable Noun) คือคำนามที่สามารถนับได้ว่ามีกี่คน กี่ตัว กี่สิ่ง มักนำหน้าด้วย a, an, the เสมอ จำแนกได้เป็น 2 แบบคือ

1.1 คำนามเอกพจน์(Singular) คือ คำนามที่มีจำนวน 1 สิ่ง

เช่น

I have a dog. = ฉันมีสุนัข 1 ตัว

She has a cat. = เธอมีแมว 1 ตัว

1.2 คำนามพหูพจน์(Plural) คือ คำนามที่มีจำนวนมากกว่า 1 สิ่ง หลักการเปลี่ยนคำนามจากเอกพจน์เป็นพหูพจน์ทำได้หลายวิธี ได้แก่

I have two dogs. = ฉันมีสุนัข 2 ตัว

She has cats. = เธอมีแมวหลายตัว

2. นามนับไม่ได้(Uncountable Noun) คือ คำนามที่ไม่สามารถนับได้ว่ามีกี่คน กี่สิ่ง จำแนกได้เป็น 4 แบบ คือ

2.1. แบบคงสภาพเดิมตลอด

เช่น

I take a bath with soap. = ฉันอาบน้ำด้วยสบู่

Bread made from flour = ขนมปังทำมาจากแป้ง

2.2. เป็นแบบเม็ด ผง หรือเส้นเล็กๆ

เช่น

Sugar is sweet. = น้ำตาลมีรสหวาน

My hair is red. = ผมของฉันสีแดง

2.3. เป็นชื่อของธาตุต่างๆ

เช่น

Gold is expensive. = ทองมีราคาแพง

Copper can conduct electricity well. = ทองแดงเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดี

2.4. ไม่มีรูปร่าง

เช่น

beauty = ความสวย

happiness = ความสุข

Read more

การใช้ Do และ Does

ประธานเอกพจน์

 

He , She , It , a cat , ชื่อคนคนเดียว สัตว์ตัวเดียว และสิ่งของอันเดียวที่กล่าวถึง

 

ใช้ Does

 

ประธานพหุพจน์ I , You , We , They , two cat , ชื่อคนหลายคน  สัตว์หลายตัวสิ่งของหลายอย่างที่ถูกกล่าวถึง ใช้ Do

 

จริงๆแล้วคำว่า does คือการเติม s ที่ท้ายคำว่า do แต่ไม่ได้เติม s เฉยๆ แต่เป็นการเติม es  ตามหลักการทางภาษา

 

การย่อรูปปกติจะย่อรูปประโยคปฏิเสธเท่านั้น

 

do not = don’t  ดู น็อท = โดนท

 

does not = doesn’t  ดัสน็อท = ดัสเซินท

 

  1. ประโยคบอกเล่า ( ประธาน +do, does) แปลว่า ทำ จะทำอะไรบ้างนั้น ดูจากตัวอย่างเลย

 

You do the laundry everyday.                    คุณซักผ้าทุกวัน

 

We do the washing after dinner.              พวกเราล้างจานหลังอาหารเย็น

 

He does homework in the evening.         เขาทำการบ้านในตอนเย็น

 

My mom does housework everyday.     แม่ของฉันทำงานบ้านทุกวัน

 

  1. ประโยคปฏิเสธ ( ประธาน  +  do + not / does + not ใช้เป็นคำปฏิเสธ ) แปลว่า ไม่..

 

I don’t  know.ผมไม่รู้

 

He doesn’t  love you. เขาไม่รักคุณ

 

You don’t drink coffee in the morning. คุณไม่ดื่มกาแฟในตอนเช้า

 

We don’t  go to school everyday. พวกเราไม่ไปโรงเรียนทุกวัน

 

  1. ประโยคคำถาม Yes / No Question

 

การทำประโยคคำถามให้เอา Do , Does  มาวางไว้หน้าประโยค ตามหลักที่ว่า การสร้างประโยคบอกเล่าเป็นคำถามนั้น ถ้าไม่กริยาช่วย (is, am, are/ can/ should/ must) ในประโยค ให้เอา Verb to do มาใช้แทน

 

ประโยคคำถามแบ่งออกเป็นสองประเด็นคือ ถามในรูปแบบบอกเล่า และถามรูปแบบปฏิเสธ

 

  1. การถามในรูปแบบบอกเล่า

 

Do you go go to school by car. คุณไปโรงเรียนโดยรถยนต์ใช่ไหม           Yes, I do. / No, I don’t. ใช่  / ไม่ใช่

 

Does he come from China.? เขามาจากจีนใช่ไหม                                Yes, he does.  No, he doesn’t.ใช่ / ไม่ใช่

 

Don’t they sell  fruit? พวกเขาไม่ได้ขายผลไม้ใช่ไหม                              Yes, they do. / No, they don’t. ใช่  / ไม่ใช่

 

  1. การถามในรูปแบบปฏิเสธ

 

Don’t you go go to school by car? คุณไปโรงเรียนโดยรถยนต์ใช่ไหม    Yes, I do. / No, I don’t. ใช่  / ไม่ใช่

 

Doesn’t he come from China.? เขามาจากจีนใช่ไหม                          Yes, he does.  No, he doesn’t.ใช่ / ไม่ใช่

 

Don’t they sell  fruit? พวกเขาไม่ได้ขายผลไม้ใช่ไหม                            Yes, they do. / No, they don’t. ใช่  / ไม่ใช่

Read more


” Guru English ” คือ การเรียนภาษาอังกฤษ การสอนภาษาอังกฤษ โดยมีสาขาที่เชียงใหม่และกรุงเทพฯ โดยครูชาวต่างชาติที่รู้วิธีการสอนภาษาอังกฤษ การเรียนภาษาอังกฤษ ที่มีวิธีการสอนภาษาอังกฤษ และปรับเปลี่ยนสำเนียงให้กับคนไทย เพื่อให้คนไทยสามารถพูดภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้อง ไม่ผิดเพี้ยนทั้งด้านสำเนียงภาษาและไวยกรณ์

Social

Facebook/GuruEnglishSchool

NEWSLETTER